เมื่อน้องแมวติดสัด หรือที่เรียกว่าเกิดอาการแมวฮีททำไงดี

0 Comments

เมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือถึงวัยที่เจริญพันธุ์เต็มที่แล้ว น้องแมวของเราก็ออกอาการกระสับกระส่าย หรือที่เรียกกันว่า “แมวฮีท” ทาสทั้งหลายควรสังเกตดีๆ ว่าอาการเหล่านี้น้องป่วยหรือเป็น แมวติดสัด จะสังเกตอย่างไร มีวิธีแยกหรือไม่และควรเตรียมรับมืออย่างไร เพื่อที่จะได้ไม่ต้องปวดหัวทีหลังมาดูกันว่าควรทำอย่างไรบ้าง

แมวฮีท หรือ แมวติดสัด อาการเป็นอย่างไร ? 

ทางที่ดีอันดับแรกเหล่าทาสมือใหม่หรือคนที่สนใจควรทราบก่อนว่าเจ้าเหมียวน้อยของเราจะเริ่มมีอาการติดสัดเมื่อไหร่ โดยปกติแล้วอาการติดสัดนี้จะเกิดขึ้นกับน้องแมวที่เป็นตัวเมีย และสามารถเริ่มผสมพันธุ์ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป เพราะถือว่าเป็นอายุที่ถึงวัยเจริญพันธุ์ของน้องแมวพอดีและเพื่อความสมบูรณ์ของเหล่าแมวน้อยที่จะเกิดมา แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นน้องแมวสามารถเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 5 -6 เดือน แต่น้องแมวนั้นต้องมีร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ครบถ้วน มาดูอาการของน้องแมวที่เรียกว่าแมวฮีทกัน 

  1. สังเกตลักษณะท่าทางการร้องของน้อง โดยการเริ่มสังเกตจากร้องโหยหวนหรือร้องหง่าวๆ เสียงดังผสมกับการกลิ้งตัวไปมา และมีอาการยกก้นของน้องขึ้นพร้อมกับการเบี่ยงหางไปมาด้านข้างนั่นเอง หากเหล่าทาสลองเช็คโดยการนำมือไปลูบที่บริเวณบั้นท้ายของน้องแมว และน้องแมวมีการยกบั้นท้ายเพื่อกระดกขึ้นรับ พร้อมๆกับการเบี่ยงหางไปมานั่นก็นับว่าเป็นอาการติดสัด แต่เราแนะนำว่าให้คุณเช็คให้ดี เพราะไม่ใช่น้องแมวที่มาอาการติดสัดแบบนี้ทุกตัว บางครั้งบางคราวอาจจะเป็นอาการป่วยก็เป็นได้ จึงจำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่างอาการป่วยหรือติดสัดนั่นเอง 
  2. อีกหนึ่งวิธีสังเกตเนื่องจากเหล่าเหมียวน้อยทั้งหลายนั้นมีการผสมพันธุ์เป็นฤดูกาลนั่นเอง โดยฤดูผสมพันธุ์คือช่วงหน้าร้อนหรือฤดูร้อน เพราะฉะนั้นน้องแมวจะมีอาการติดสัดเป็นฤดู เมื่อรู้แล้วเหล่าทาสทั้งหลายก็เตรียมตัวรับมือกับอาการเหล่านี้ในช่าวงหน้าร้อนได้เลย
  3. อีกหนึ่งอาการแมวฮีทคือการส่งเสียงเรียกร้องหาตัวผู้แทบจะตลอด ทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น ด้วยการร้องเสียงหง่าวๆ เปล่งเสียงดังฟังชัด หากเหล่าทาสลองเช็คโดยการเอามือลูบบั้นท้ายแบบที่บอกข้างต้น และมีอาการยกบั้นท้ายรับ เบี่ยงหางไปมาพร้อมกับการซอยขาก็ใช่แน่นอนอาการนี้แมวติดสัตว์ชัดเจน
  4. แม้ว่าแมวตัวผู้นั้นจะไม่มีอาการติดสัดดังกล่าว เหมือนอย่างเจ้าเหมียวน้อยเพศเมีย แต่ก็มีอาการตอบสนองต่อแมวน้อยตัวเมียเหมือนกัน อาทิเช่น การร้องเสียงดังเพราะได้ยินเสียงหรือกลิ่นของเจ้าแมวเหมียวตัวเมียนั่นเอง
  5. เจ้าอาการแมวฮีทหรือติดสัดนั้นสามารถเป็นได้ยาวนาน 1 – 2 สัปดาห์ และจะมีการเว้ยระยะไป แต่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เตือนไว้ก่อนว่าหากยังอยู่ในฤดูผสมพันธุ์นั้นก็สามารถกลับมาติดสัดได้อีก และสามารถตั้งท้องได้อีกด้วย 

เมื่อแมวฮีท ควรทำไงดีมาหาคำตอบกัน 

หลังจากที่เหล่าทาสทั้งหลายได้ทำการเช็คและเมคชัวส์แล้วว่าเจ้าเหมียวน้อยนั้นติดสัดของจริง ก็สามารถหาวิธีรับมือเพื่อให้อาการต่างๆ ทุเลาลง นอกจากแมวน้อยจะมีอาการติดสัดหงุดหงิดงุ่นง่าน บางตัวยังสามารถหนีตามตัวผู้ไปได้อีกด้วย เล่นเอาเหล่าทาสปวดหัวกันยกใหญ่ เรามาดูกันดีกว่าสามารถหาทางเตรียมตัวและรับมือกับอาการแมวฮีทอย่างไรได้บ้าง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์

  1. การจับแยกระหว่างแมวน้อยตัวผู้และแมวน้อยตัวเมีย พวกเธอควรห่างกันสักพัก! เพราะฮอโมนส์ที่พุ่งพล่านส่งแรงดึงดูดระหว่างกันและกัน ดังนั้นถ้าจะให้ดีแนะนำว่าอย่าเพิ่งให้น้องเห็นหน้ากันเสียดีกว่า จัดการล็อกทุกประตูและหน้าต่างรัวๆ เพื่อความปลอดภัยจากการที่ต้องเป็นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเพราะไม่พร้อมจะมีหลานตัวน้อยจริงๆ แอบกระซิบว่าแม้กระทั่งแอบสบตากันก็มิได้นะ 
  2. การเบี่ยงเบนความสนใจอีกวิธีหนึ่งคือการเล่นกับน้องแมวสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการลูบ เกา แปรงขนต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของเจ้าเหมียวน้อยมาที่เหล่าทาส วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ถาวรแต่อาจจะช่วยได้ในระดับนึง 
  3. หากเจ้าเหมียวน้อยเริ่มต้องการส่งกลิ่นเฉพาะตัวเพื่อยั่วยวนตัวผู้โดยการฉี่ไปรอบบริเวณบ้าน หรือฉี่ในที่ที่ไม่เคยฉี่เพื่อสร้างกลิ่นเฉพาะตัว แนะนำให้หมั่นทำความสะอาดกระบะทรายของน้อง เพื่อเรียกให้น้องกลับปฉี่ซ้ำที่เดิม 
  4. อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจแต่อาจจะไม่ได้ผลกับน้องเหมียวทุกตัว คือการใช้ “กัญชาแมว” เข้ามาช่วยอาจจะทำให้น้องมีอาการสงบลงได้บ้าง แต่ควรระวังเพราะน้องบางตัวมีอาการก้าวร้าวกว่าเดิมหนักมาก
  5. เหล่าทาสลองหาอะไรที่มีอุณหูมิอุ่นๆ มาให้น้องลองนั่งทับดูก็อาจจะสงบลงได้ ย้ำว่าอุ่นไม่ใช่ร้อนจี๋นะ อาทิเช่น แผ่นร้อนหรืออะไรที่สามารถนำเข้าไปเวฟในไมโครเวฟได้ เป็นต้น 

เมื่อแมวเริ่มมีอาการฮีทกลายเป็น แมวติดสัด เหล่าทาสก็ควรเตรียมตัวให้ดีเพื่อการรับมือและป้องกันลูกสาวทั้งหลาย (แมวตัวเมีย) หนีตามผู้ชาย (แมวตัวผู้) ไป จะได้ไม่ต้องช้ำใจของมองหาน้องแมวเหมียว ที่สำคัญที่สุดควรสังเกตให้ดีว่าน้องป่วยหรือติดสัด

Categories:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *