อาการป่วยน้องแมว ที่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณ โรคของแมว

0 Comments

เป็นธรรมดาของเจ้าเหมียวของเราที่มักจะซุกซน เพราะเป็นนิสัยโดยปกติของแมว แต่รู้หรือไม่ว่าด้วยอาการซุกซนของแมวสามารถนำพาซึ่งโรคต่างๆ มาถึงเจ้าแมวน้อยได้ ที่สำคัญมักจะมีอาการที่ส่งสัญญาณถึงโรคต่างๆ ออกมา วันนี้เรามาดันดีกว่าโรคของแมวมีอะไรบ้าง อะไรที่ควรระวังและการดูแลรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะดูแลเจ้าเหมียวของเรา 

โรคไข้หัดแมว (Feline parvovirus)

เชื่อว่าน่าจะมีทาสหลายๆ คนที่เคยได้ยินโรคนี้หรือจักกับโรคนี้ โรคไข้หัดแมวนั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตัวนึงชื่อว่า พาร์โวไวรัสในแมวนั่นเอง โดยเจ้าโรคนี้มีผลต่อระบบทางเดินอาหารของน้องแมว ซึ่งไม่จำเป็นต้องแมวเท่านั้นแต่ยังพบในทุกตระกูลแมวอีกด้วย อาทิเช่น สิงห์โต เสือ แมวป่า และไม่เพียงแค่นั้นยังสามารถพบกับโรคไข้หัดแมวในสัตว์ตระกูลอื่นได้อีกด้วย อาทิเช่น เฟอร์เร็ต มิ้งค์ เป็นต้น 

มาดูอาการของโรคไข้หัดแมวกัน อาการที่เกิดขึ้นน้องแมวจะมีอาการเบื่ออาหาร ซึม ท้องเสีย อาเจียน และน้องแมวมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด ซึ่งในบางครั้งมีอาการเกร็งและปวดช่องท้อง ลำไส้มีลักษณะหนา ภายในท้องของน้องแมวมีของเหลวและแก๊ส ซึ่งโรคนี้นั้นมีระยะฟักตัว 2-7 วัน หากเป็นลูกแมวหรือแมวที่มีอายุน้องมีโอกาสเสียชีวิตสูง ซึ่งโรคนี้ที่มาคืออาจเกิดเกิดจากการสัมผัสแมวที่ป่วย หรือมนุษย์เป็นพาหะ 

ในการรักษาโรคนี้นั้น แนวทางการรักษาคือการพยุงอาการของน้องแมวเพื่อที่ร่างกายของแมวจะสามารถสร้างภูมิต้านทานในตัวมันเองได้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถระงับเชื้อไวรัสได้โดยตรง มีเพียงการพยุงอาการเท่านั้น และในการป้องกันควรพาแมวฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี 

โรคเอดส์แมว (Feline immunodeficiency virus ; FIV) 

โรคเอดส์แมวนั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัส FIV ซึ่งอยู่ในกลุ่ม retrovirus ซึ่งกระบวนการของโรคเอดส์แมวนั้นมีกระบวนคล้ายๆ กับเอดส์ของมนุษย์คือกดภูมิคุ้มกันให้ต่ำลง 

ซึ่งอาการของโรคเอดส์แมวนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ในระยะแรกคือการติดเชื้อในช่วง 2 – 3 วันแรก หรือ 1 – 2 สัปดาห์แมวจะเริ่มมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายของแมวนั้นมีอาการโต และเมื่อเข้าสู่ระยะที่สองนั้นภายในร่างกายมีการลดเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดต่ำลง และเมื่อภูมิคุ้มกันภายในร่างกายแมวลดลง จะสามารถสังเกตุถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแมวอาทิเช่น ช่องปาก ระบบทางเดินหายใจ ระบบปัสสาวะ ซึ่งโรคนี้นั้นมักจะพบในแมวตัวผู้ที่มักจะเป็นเจ้าสำราญออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านกลับมา

แนวทางการรักษาโรคเอดส์แมว คือการตรวจวินิจฉัยเลือดแมวเพื่อหา antibody ต่อเชื้อไวรัสเอดส์ ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การใช้ยาเพื่อช่วยแมวสามาถทำให้แมวดีขึ้นได้ ซึ่งการดูแลป้องกันน้องแมวที่ดีคือเมื่อรู้ว่าแมวป่วยควรแยกแมวออกจากกันและไม่ให้ไปเล่นนอกบ้าน

โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา (Ringworm)

เจ้าโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรานี้สามารถพบได้บ่อยมาในน้องแมวพันธุ์ขนยาว เช่น พันธุ์เปอร์เซีย ซึ่งเชื้อราที่ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ นั้นมีมากมากหลายชนิด อาทิเช่น Microsporum gypseum, Microsporum canis ซึ่งเชื้อเราเหล่านี้คือที่มาของโรคผิวหนังนั่นเอง 

เมื่อแมวเป็นโรคนี้แล้วจะเริ่มมีขนร่วงแหว่งเป็นวงกลม ขอบเรียบ ใขณะที่บางตัวนั้นอาจจะมีการคันและมีสะเก็ดร่วมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นการตรวจวินิจฉัยเจ้าแมวเบื้องต้นนั้น จะวินิจฉัยจากรอยที่พบบนผิวหนัง 

แนวทางการรักษาโรคนี้นั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรง อายุของแมว เชื้อราที่ปรากฎบนผิวหนัง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีเช่น การใช้ยาทาเฉพาะที่ การกินยาฆ่าเชื้อรา เป็นต้น 

โรคหวัดแมว (Cat flu)

หรือเรียกอีกชื่อว่า โรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจของแมว โรคนี้สามารถพบได้บ่อยครั้งในช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสจำเพาะในหมู่แมว เช่น Feline Herpevirus(FHV), Feline Viral Rhinotracheitis Virus(FVRC) เป็นต้น ที่สำคัญสามารถพบว่าติดเชื้อร่วมกันได้และนอกจากนี้ยังสามารถมีอาการติดเชื้ออื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย อาทิเช่น Chalamydia อาจจะส่งผลให้น้องแมวมีอาการตาอักเสบ มีขี้ตาเขียว เยื่อบุตาบวม 

อาการป่วยของโรคหวัดแมวนั้น หลังจากการติดเชื้อจะมีระยะฟักตัว 2 – 10 วัน และส่งผลให้แมวมีอาการตาอักเสบ จมูกอักเสบ ซึ่งอาจจะทำให้น้องแมวมีอาการมีน้ำมูกและมีเสมหะ ในขณะเดียวกันน้องแมวมักจะมีอาการหายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร หรือเป็นไข้ ซึ่งอาจมีอาการรุนแรงมากกว่านั้นได้อาทิเช่น เป็นแผลหลุมบนลิ้น หรือ ช่องปากอักเสบ 

แนวทางการรักษาโรคนี้คือการพยุงอาการและให้ยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นการป้องกันโคแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น และให้ยาเพื่อลดน้ำมูกหรืออาการต่างๆ 

โรคเยื้อบุช่องท้องอักเสบ (Feline infectious peritonitis ; FIP)

โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อในกลุ่ม Coronavirus ซึ่งเชื้อตัวนี้มีลักษณะคล้ายกับไวรัสที่ให้เกิดโรคลำไส้อักเสบของแมว (Feline enteric coronavirus) เมื่อติดเชื้อแล้ว เชื้อสามารถอยู่ในช่องท้องแมวได้ 3 – 7 สัปดาห์ และยังสามารถทำลายเชื้อเหล่านี้ด้วยยาฆ่าเชื้อประเภทต่างๆ นั่นเอง 

อาการป่วยของโรคนี้ ความรุนแนงและอาการจะขึ้นอยู่กับอายุ ระดับและประเภทภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย 

ในการรักษาโรคนี้นั้น ควรเข้ารักษาเพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยเพื่อดูประเภท ตรวจร่างกายของแมวให้ละเอียด 

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดเบื้องต้นที่เกี่ยวกับโรคของแมวที่มีอาการป่วยและ ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ทางที่ดีเราควรดูแลรักษาเจ้าแมวน้อยของเราเอาไว้ก่อนดีกว่า หรือท่เรียกว่า กันไว้ดีกว่าแก้นั่นเอง

Categories:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *