โรคลมแดด หรือฮีทสโตรกแมว ภัยเงียบที่ควรระวัง

0 Comments

ช่วงเวลาหน้าร้อนถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงควรระวังอย่างยิ่ง สิ่งหนึ่งที่มาในนหน้าร้อนคือ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก ที่ทำเอาเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายวิ่งวุ่นพาน้องไปสัตวแพทย์กัน มาทำความรู้จักกันดีกว่าฮีทสโตรกแมวเป็นอย่างไร อาการเป็นยังไง และเมื่อมีอาการแล้ว ควรทำการดูแลรักษายังไง สามารถรักษาเบื้องต้นได้หรือไม่เพื่อเหล่าเหมียวน้อยของเรา

มาทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรกกันก่อน

เจ้าโรคลงแดดหรือฮีทสโตรกนี้มีสาเหตุมาจากการที่อุณหภูมิภายในตัวสัตว์เลี้ยงสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเหล่าสัตว์เลี้ยงหรือเจ้าแมวเหมียวของเราไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน เพราะฉะนั้นความร้อนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบถึงระบบและอวัยวะภายในต่างๆ ของน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มักจะสามารถเกิดฮีทสโตรกได้ ซึ่งส่งผลให้ระบบภายในเสียหายและอาจเกิดอาการแทรกซ้อน อาจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ 

ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่นั้นอาจจะมาจากการเล่นกลางแจ้งที่มีแดดจัดๆ หรือโดนขังไว้ในห้องหรือรถที่มีอุณหภูมิสูงๆ มีอากาศที่ร้อนมากทำให้เหล่าสัตว์เลี้ยงทั้งหลายระบายความร้อนออกจากร่างกายไม่ทัน และที่สำคัญร่างกายของเหล่าสัตว์เลี้ยงยังขาดน้ำอีกด้วย 

อาการฮีทสโตรกของน้องแมว

เหล่าทาสทั้งหลายควรระวังอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าเป็นลูกแมวน้อยเกิดใหม่มีอายุไม่มากมีอากาสที่จะเกิดโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกและป่วยจนถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งเริ่มแรกน้องแมวจะเริ่มมีพฤติกรรมที่แปลกไปกระวนกระวาย กระสับกระส่ายไปมา และเลียขนมากกว่าปกติที่ควรจะเป็นเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย และน้องแมวอาจจะเริ่มมีอาการหอบร่วมด้วย ชีพจรมีการเต้นเร็วขึ้นเหงื่ออกบริเวณอุ้งเท้า หลังจากนั้นเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย เดินโซซัดโซเซ ลิ้นและปากแดงอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ถ้าหากลองวัดอุณหภูมิในตัวจะสูงกว่า 150 องศาฟาเรนไฮต์

เมื่อมีฮีทสโตรกแมวควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรบ้าง

1.นำน้องออกจากที่ร้อนจัดหรือกลางแจ้ง ควรพาน้องแมวไปอยู่ในบริเวณที่มีร่มเงาหรืออาจจะเป็นห้องที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่

2.ถ้าเป็นไปได้ลองหาพัดลม หรือสิ่งที่ให้ลมพัด นำมาจ่อกับที่น้องแมวเพื่อช่วยบรรเทา

3.สามารถใช้น้ำธรรมดาอาบหรือเช็ดตัวน้องเพื่อระบายความร้อน ไม่แนะนำให้ใช้น้ำเย็นโดยเด็ดขาด

4.หากน้องยังไม่หมดสติไปและสามารถกินน้ำได้ ลองเอาน้ำให้น้องกินก่อนได้ และนำน้องไปหาสัตวแพทย์เผื่อเกิดอาการแทรกซ้อนหรือตรวจระบบภายในต่างๆ 

มาดูวิธีป้องกันฮีทสโตรกแมวกันดีกว่า

1.อันดับแรกที่ควรระวังคือไม่พาน้องแมวไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือขังน้องไว้ในห้องที่มาอุณหภูมิที่สูงหรือร้อนอบอ้าว หากมีความจำเป็นจริงๆ ควรหมั่นสังเกตอาการของน้องแมวให้ดีว่ามีอาการหอบหรือไม่

2.การให้น้องแมวกินน้ำสามารถช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ในระดับนึงเลยทีเดียว เพราะน้ำช่วยคลายความร้อนและลดอุณหภูมิที่สูงในตัวน้องแมวให้ลดลงได้ 

3.คอยนำผ้าชุบน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติ มาคอยเช็ดตัวเจ้าเหมียวน้อย หากเริ่มสังเกตเห็นว่าแมวน้อยมีอาการหอบหืดนั่นคือจุดเริ่มต้นของฮีทสโตรกแมวนั่นเอง เพื่อที่จะคลายความร้อนให้น้องแมว

4.ป้อนน้ำหากน้องแมวยังมีสติสามารถกินน้ำได้เพื่อลดอุณหภูมิในตัวน้องแมว และสามารถนำพัดลมมาจ่อที่น้องแมวหรือพาแมวเหมียวไปอยู่ที่ที่เย็น โดยเป็นร่มเงาหรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศก็ได้ 

5.สามารถหาที่นอนเจลเย็นมาไว้ให้น้องแมวพักผ่อนหย่อนใจ โดยอาจจะต้องทำการแช่ตู้เย็นเพื่อที่จะเก็บความเย็นเอาไว้ ซึ่งสามารถเก็บได้ 3 – 4 ชั่วโมง โดยหากน้องแมวมีอาการฮีทสโตรกสามารถมานอนบนที่นอนเจลเย็นเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ 

6.ใครจะคิดว่าที่จริงแล้วอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อที่นอนที่แพงหรือที่นอนเจลเย็นต่างๆ หากคุณรู้จักการนำภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมานานนำมาใช้ โดยที่คนส่วนใหญ่นั้นมักจะมองข้าม นั่นคือ “บ้านดินเผา หรือเรียกอีกอย่างว่า อ่างดินเผา” ภูมิปัญญาแบบไทยๆ นี่แหล่ะที่สามารถนำมาป้องกันฮีทสโตรกแมวได้ เพราะเหมือนเป็นที่นอนเย็น หรือจะเรียกอีกแบบว่าเป็นที่นอนติดแอร์ของเจ้าเหมียวไปเลยก็ยังได้ แต่ข้อแนะนำคือควรระวังด้วยความที่เครื่องปั้นดินเผามีน้ำหนักค่อนข้างมากอาจจะต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อกัน

7.เมื่อรู้สึกว่าน้องแมวไม่ไหวแล้ว มีอาการหอบเริ่มต้นและอาการทรุดลงไปเรื่อยๆ ทางที่ดีควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อที่จะทำการรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือฮีทสโตรกทำลายระบบภายในร่างกายนั่นเอง ทางที่ดีควรทำการป้องกันตั้งแต่ต้นเพื่อที่จะไม่ให้เกิดฮีทสโตรกแมว เพราะหากเกิดโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกแล้วทำการรักษาไม่ทันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบภายในของน้องแมวได้


ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการนำน้องไปในที่ที่อากาศร้อนจัดๆ หมั่นป้อนน้ำและคอยสังเกตอาการของน้องแมวให้ดีว่ามีอาการหอบหรือกระสับกระส่ายหรือไม่ หากมีอาการใดที่รู้สึกว่าผิดปกติควรนำน้องไปหาสัตวแพทย์ทันที

Categories:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *