เหล่าทาสแมวจงระวัง ไข้หัดแมว โรคแสนอันตราย

0 Comments

ในเมื่อมนุษย์ยังมีโรคอันตราย น้องแมวน้อยของเราก็มีโรคอันตรายที่ควรระวังเหมือนกัน ! รู้หรือไม่ว่า ไข้หัดแมว คืออะไร ทำไมจึงอันตราย และมีสาเหตุจากอะไร สามารถทำการรักษาและป้องกันน้องแมวของเราไว้ก่อนได้หรือไม่ เหล่าทาสแมวเตรียมมามุง วิธีการดูแลรักษาและป้องกันน้องแมวจากโรคแสนอันตรายเหล่านี้ ที่สำคัญน้องแมวได้รับวัคซีนแมวดีหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบกันเถอะ 

ไข้หัดแมว เกิดมาจากอะไร และมีวิธีป้องกันยังไง

อันดับแรกเราคงต้องทำความรู้จักกับโรคไข้หัดแมวก่อน ว่ามีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร เจ้าโรคไข้หัดแมวมีต้นกำเนิดมาจากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ในกลุ่มพาร์โวไวรัส หรือ Felin Parvovirus ซึ่งเชื้อไวรัสตัสนี้มีผลอย่างมากต่อระบบทางเดินอาหารของน้องแมว แต่ขอบอกก่อนว่าไม่มีผลต่อระบบหายใจของน้องแมว

แต่ก็อีกล่ะเหล่าทาสแมวอย่าเพิ่งชะล่าใจไปเพราะโรคนี้จัดว่าอันตรายมาก เพราะเป็นโรคที่มีความรุนแรงค่อนข้างสูงเลยทีเดียว และที่สำคัญยังพบอีกว่ามีอัตราการเสียชีวิตของน้องแมวสูงถึง 50 – 90 % เลยทีเดียว ถ้าถามว่าโรคนี้จะเกิดกับแมวในช่วงไหน ขอตอบเลยว่าสามารถเกิดได้ทุกช่วงอายุของน้องแมว แต่ส่วนใหญ่แล้วนั้นมักจะพบโรคนี้ในแมวที่มีอายุน้อย (มักจะน้อยกว่า 1 ปี) ที่สำคัญเลยที่เหล่าทาสแมวควรรู้ มักจะพบโรคนี้ในน้องแมวที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

เพราะฉะนั้นหากใครที่ยังไม่ได้พาเจ้าแมวเหมียวน้อยไปฉีดวัคซีนแมวป้องกันโรคต่างๆของน้องแมว ก่อนที่จะสายเกินไปดีกว่า อีกอย่างนึงขอกระซิบว่าโรคนี้มักจะเกิดในเจ้าเหมียวน้อยที่มีภาวะเครียด หรือเข้าไปอยู่อาศัยบริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมอย่างหนาแน่นนั่นเอง 

ไข้หัดแมวติดเชื้อกันอย่างไร

เมื่อน้องแมวได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้มาจากการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนของไวรัสตัวนี้ หรือสาเหตุนั้นอาจจะมาจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือน้ำลายต่างๆ จากเจ้าแมวเหมียวที่ป่วยเป็นโรคนี้โดยตรง เมื่อพบว่าน้องแมวของคุณติดเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้แล้วล่ะก็สิ่งแรกที่ควรทำคือการแยกน้องแมวที่ติดเชื้อออกจากน้องแมวตัวอื่นๆ ทางที่ดีทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ที่สำคัญอย่างลืมว่าไม่ควรใช้ของร่วมกัน เมื่อดูแลน้องแมวที่ติดเชื้อแล้วถ้าจะไปเล่นกับน้องตัวอื่นๆ ก็อย่าลืมล้างมือทำความสะอาดก่อนที่จะไปเล่นกับน้องแมวที่ไม่ได้ป่วย

อาการของไข้หัดแมว

หลังจากที่น้องแมวได้รับเชื้อไปมักจะเริ่มแสดงอาการป่วยออกมาภายในระยะเวลา 3 – 7 วัน อาการที่มีความสำคัญคือน้องแมวมีไข้สูง มีความเบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย ร่างกายของน้องแมวมีอาการขาดน้ำ ที่สำคัญมีผลกระทบต่อการทรงตัวอีกด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลให้ลูกแมวตาบอดได้ ว่ากันว่าหากติดเชื้อในระยะที่หนึ่งแล้ว ร่างกายของน้องแมวจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นและจะมีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ขอบอกว่าก่อนว่าโรคนี้อันตรายมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มน้องแมวที่ไม่ได้มีการรับวัคซีน

การรักษาน้องแมว

ว่ากันตามหลักความจริงโรคนี้รักษาตามอาการที่น้องแมวเป็น ซึ่งไม่มีแบบตายตัวแต่หลักการที่สำคัญคือต้องพยายามให้น้องแมวกินอาหารให้ได้ และอาจจะต้องใช้ความพยายามค่อยข้างมากในการป้อนอาหารแก่น้องแมว ที่สำคัญอย่าลืมป้อนยาปฏิชีวนะเพื่อที่จะป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ หลังจากนั้นน้องแมวจะสามารถรอดได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับความอึดของน้องแมวแต่ละตัวว่าความแข็งแรงเป็นอย่างไร น้องแมวมีภูมิต้านทานสูงพอหรือไม่ แต่ในการดูแลรักษาเจ้าแมวน้อยของเรานั้นคือควรพาน้องแมวไปฉีดวัคซีนแมวตั้งแต่เริ่ม ซึ่งเป็นการใช้ยา INTERFERON 

ขอบอกก่อนว่าเจ้าตัวนี้จะเป็นยาแบบฉีดในขนาดที่สูงเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตัวนี้ หรือเมื่อพบว่าน้องแมวนั้นป่วยแล้ว การฉีดยาตัวนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพและโอกาสที่น้องจะมีชีวิตรอดมากถึง 10 – 20 % เลยทีเดียว ทางที่ดีที่สุดคือหมั่นคอยสังเกตพฤติกรรมน้องแมว เพราะโรคนี้ถ้ายิ่งทำการรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่น้องแมวจะรอดก็มีสิทธิ์มากขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมเหล่านี้ของน้องแมว เช่น น้องเริ่มมีน้ำมูก กินอาหารต่างๆไม่ค่อยได้ เจ็บคอ อีกหนึ่งอย่างเมื่อน้องแมวมีอาการป่วยแล้วไม่สามารถทานยาพาราเซตามอลแบบคนป่วย เพราะแมวบางตัวอาจมีอาการแพ้ เป็นต้น

ทาสแมวต้องปกป้องน้องแมว 

นอกจากการเลี้ยงดูน้องอย่างมีคุณภาพอีกหนึ่งอย่างที่ขอย้ำอีกสักรอบคือการนำน้องแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค ที่สำคัญในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันเจ้าโรคไข้หัดแมวนี้หลากหลายยี่ห้อ ทางที่ดีควรรีบนำน้องไปฉีดเพราะสาเหตุของโรคที่เกิดมาจากเชื้อไวรัส แต่เนื่องจากไม่มียารักษาเชื้อไวรัสโดยตรงการฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ

นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเหล่าทาสแมวที่เพิ่งทำการเลี้ยงแมวต่างๆ ควรจะหมั่นคอยเช็คตรวจดูพฤติกรรมของน้องแมวว่าแปลกไปหรือไม่ มีอาการป่วยไหม เพื่อที่จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที และที่สำคัญการป้องกันที่ดีที่สุดคือการนำน้องแมวไปฉีดวัคซีนไว้ตั้งแต่แรก เพื่อป้องกันโรคนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ 

Categories:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *